Shopping Cart

Total Items:
SubTotal:
Tax Cost:
Shipping Cost:
Final Total:

คลังบทความของบล็อก

ผู้ติดตาม

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

วิชาสุดท้าย เล่ม 1 ราคาปก 165.00 บาท พิมพ์ครั้งแรก: มีนาคม 2551 โดย: สฤณี อาชวานันทกุล รายละเอียด: คำนำ การเชิญคนมากล่าวสุนทรพจน์ให้กับบัณฑิตจบใหม่ในวันรับปริญญา เป็นประเพณีประจำมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาที่ทำกันมาช้านาน ผู้ที่ได้รับเชิญมากล่าวสุนทรพจน์มักเป็น “คนนอก” ผู้มีชื่อเสียงในหลากหลายวงการ เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในหมู่นักศึกษา หรือไม่ก็เป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย “คนใน” ผู้เป็นที่เคารพรักของนักเรียน สุนทรพจน์วันรับปริญญาอาจเป็นทั้ง “ปัจฉิมกถา” ปิดท้ายชีวิตนักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย และเป็น “ปฐมกถา” ต้อนรับบัณฑิตใหม่เข้าสู่โลกภายนอก สำหรับนักศึกษาในมหาวิทยาลัยอเมริกัน วันรับปริญญาอาจมีความหมายพิเศษกว่าวันรับปริญญาในบางประเทศ เพราะมหาวิทยาลัยอเมริกันจำนวนมาก โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยดังๆ เป็นแหล่งรวบรวมนักเรียนจากทั่วทุกสารทิศในประเทศ และนักเรียนนานาชาติอีกจำนวนไม่น้อย นักเรียนส่วนใหญ่หอบสัมภาระ เดินทางไกลจากบ้านนับพันนับหมื่นกิโล มาใช้ชีวิตไกลบ้านสี่ปี ต้องเรียนรู้ทั้งวิชา และนิสัยใจคอของคนต่างเชื้อชาติต่างภาษา หลังจากเรียนจบ นักเรียนเหล่านี้ก็จะแยกย้ายกันไปทำงาน ทางใครทางมัน จะกลับมาเจอกันก็นานๆ ครั้งในงานเลี้ยงรุ่นเท่านั้น วันรับปริญญาจึงเป็นวันสุดท้ายที่นักศึกษาปีสี่จะได้อยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เป็นวันสุดท้ายของช่วงเวลาอันคุ้นเคย วันพรุ่งนี้จะเป็นวันเริ่มต้น “ชีวิตใหม่” อันเต็มไปด้วยคนแปลกหน้าอย่างแท้จริง ด้วยเหตุนี้กระมัง ผู้กล่าวสุนทรพจน์จำนวนไม่น้อยจึงเน้นเนื้อหาไปที่การให้คำแนะนำบัณฑิตจบใหม่ เกี่ยวกับวิธีบริหารจัดการ “ชีวิตใหม่” ที่พวกเขายังมองไม่เห็นอย่างถนัดชัดเจนนัก หนังสือเล่มนี้รวบรวมบทแปลสุนทรพจน์วันรับปริญญาที่ผู้แปลคิดว่า “กินใจ” ผู้อ่าน สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ฟัง และมี “ความเป็นสากล” สูงพอที่จะเป็นประโยชน์สำหรับทั้งนักศึกษาและผู้อ่านชาวไทยโดยทั่วไป สิ่งหนึ่งที่ผู้แปลคิดว่าน่าสนใจคือ ผู้กล่าวสุนทรพจน์ทั้งสิบคนที่รวบรวมไว้ในเล่มนี้ ไม่ได้สอน “สูตรสำเร็จ” ของความสำเร็จให้กับนักศึกษา หลายคนเล่าถึงความล้มเหลวของพวกเขาอย่างสนุกสนานด้วยซ้ำไป ในภาวะที่คนส่วนใหญ่ในสังคมยังชื่นชมกับใบปริญญาว่าสามารถบันดาลสุขให้กับผู้รับ ผู้แปลหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สุนทรพจน์ที่เลือกมานำเสนอในเล่มนี้ อาจช่วยกระตุ้นให้ท่านผู้อ่านมองเห็น “กับดัก” ของใบปริญญา บทบาทของการศึกษาในบริบทของการใช้ชีวิต ทั้งในฐานะปัจเจกชน และในฐานะพลเมืองของสังคม และอาจช่วยทุกท่านในการตอบตัวเองว่า ความหมายของชีวิตอยู่ที่ใด? เพราะท้ายที่สุดแล้ว การศึกษาของมนุษย์เราทุกคน ย่อมมิได้จบลงเมื่อเดินออกจากรั้วโรงเรียน หากดำเนินไปอย่างไม่หยุดยั้งจวบวันตาย และในหลายแง่มุม การศึกษาใน “โรงเรียนชีวิต” ของเราจะเริ่มต้นได้จริงก็ต่อเมื่อผ่านพ้นวันรับปริญญาไปแล้วเท่านั้น ดังที่นักเขียนเอก มาร์ค ทเวน เคยกล่าววาทะอมตะไว้ว่า “ผมไม่เคยยอมให้การไปโรงเรียนมาแทรกแซงการศึกษาของผม” (I have never let my schooling interfere with my education.) ขาย 95 บาท สั่งได้ครับ


You may also be interested in the following product(s)

If you enjoyed this article, subscribe to receive more great content just like it. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0. Feel free to leave a response

0 ความคิดเห็น for "วิชาสุดท้าย เล่ม 1 ราคาปก 165.00 บาท พิมพ์ครั้งแรก: มีนาคม 2551 โดย: สฤณี อาชวานันทกุล รายละเอียด: คำนำ การเชิญคนมากล่าวสุนทรพจน์ให้กับบัณฑิตจบใหม่ในวันรับปริญญา เป็นประเพณีประจำมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาที่ทำกันมาช้านาน ผู้ที่ได้รับเชิญมากล่าวสุนทรพจน์มักเป็น “คนนอก” ผู้มีชื่อเสียงในหลากหลายวงการ เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในหมู่นักศึกษา หรือไม่ก็เป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย “คนใน” ผู้เป็นที่เคารพรักของนักเรียน สุนทรพจน์วันรับปริญญาอาจเป็นทั้ง “ปัจฉิมกถา” ปิดท้ายชีวิตนักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย และเป็น “ปฐมกถา” ต้อนรับบัณฑิตใหม่เข้าสู่โลกภายนอก สำหรับนักศึกษาในมหาวิทยาลัยอเมริกัน วันรับปริญญาอาจมีความหมายพิเศษกว่าวันรับปริญญาในบางประเทศ เพราะมหาวิทยาลัยอเมริกันจำนวนมาก โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยดังๆ เป็นแหล่งรวบรวมนักเรียนจากทั่วทุกสารทิศในประเทศ และนักเรียนนานาชาติอีกจำนวนไม่น้อย นักเรียนส่วนใหญ่หอบสัมภาระ เดินทางไกลจากบ้านนับพันนับหมื่นกิโล มาใช้ชีวิตไกลบ้านสี่ปี ต้องเรียนรู้ทั้งวิชา และนิสัยใจคอของคนต่างเชื้อชาติต่างภาษา หลังจากเรียนจบ นักเรียนเหล่านี้ก็จะแยกย้ายกันไปทำงาน ทางใครทางมัน จะกลับมาเจอกันก็นานๆ ครั้งในงานเลี้ยงรุ่นเท่านั้น วันรับปริญญาจึงเป็นวันสุดท้ายที่นักศึกษาปีสี่จะได้อยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เป็นวันสุดท้ายของช่วงเวลาอันคุ้นเคย วันพรุ่งนี้จะเป็นวันเริ่มต้น “ชีวิตใหม่” อันเต็มไปด้วยคนแปลกหน้าอย่างแท้จริง ด้วยเหตุนี้กระมัง ผู้กล่าวสุนทรพจน์จำนวนไม่น้อยจึงเน้นเนื้อหาไปที่การให้คำแนะนำบัณฑิตจบใหม่ เกี่ยวกับวิธีบริหารจัดการ “ชีวิตใหม่” ที่พวกเขายังมองไม่เห็นอย่างถนัดชัดเจนนัก หนังสือเล่มนี้รวบรวมบทแปลสุนทรพจน์วันรับปริญญาที่ผู้แปลคิดว่า “กินใจ” ผู้อ่าน สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ฟัง และมี “ความเป็นสากล” สูงพอที่จะเป็นประโยชน์สำหรับทั้งนักศึกษาและผู้อ่านชาวไทยโดยทั่วไป สิ่งหนึ่งที่ผู้แปลคิดว่าน่าสนใจคือ ผู้กล่าวสุนทรพจน์ทั้งสิบคนที่รวบรวมไว้ในเล่มนี้ ไม่ได้สอน “สูตรสำเร็จ” ของความสำเร็จให้กับนักศึกษา หลายคนเล่าถึงความล้มเหลวของพวกเขาอย่างสนุกสนานด้วยซ้ำไป ในภาวะที่คนส่วนใหญ่ในสังคมยังชื่นชมกับใบปริญญาว่าสามารถบันดาลสุขให้กับผู้รับ ผู้แปลหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สุนทรพจน์ที่เลือกมานำเสนอในเล่มนี้ อาจช่วยกระตุ้นให้ท่านผู้อ่านมองเห็น “กับดัก” ของใบปริญญา บทบาทของการศึกษาในบริบทของการใช้ชีวิต ทั้งในฐานะปัจเจกชน และในฐานะพลเมืองของสังคม และอาจช่วยทุกท่านในการตอบตัวเองว่า ความหมายของชีวิตอยู่ที่ใด? เพราะท้ายที่สุดแล้ว การศึกษาของมนุษย์เราทุกคน ย่อมมิได้จบลงเมื่อเดินออกจากรั้วโรงเรียน หากดำเนินไปอย่างไม่หยุดยั้งจวบวันตาย และในหลายแง่มุม การศึกษาใน “โรงเรียนชีวิต” ของเราจะเริ่มต้นได้จริงก็ต่อเมื่อผ่านพ้นวันรับปริญญาไปแล้วเท่านั้น ดังที่นักเขียนเอก มาร์ค ทเวน เคยกล่าววาทะอมตะไว้ว่า “ผมไม่เคยยอมให้การไปโรงเรียนมาแทรกแซงการศึกษาของผม” (I have never let my schooling interfere with my education.) ขาย 95 บาท สั่งได้ครับ"

Leave a reply